กองทุนภาคประชาสังคม

คุณคณางค์ กงเพชร ประธานศูนย์เรียนรู้เพื่อครอบครัวเข้มแข็งจังหวัดกาฬสินธุ์

จากก้าวเล็กๆ สู่ก้าวที่ใหญ่ขึ้น...”คุณคณางค์ กงเพชร” ที่เริ่มต้นทำงานจากการเป็นอาสาสมัครที่เข้ามาช่วยงานด้านบัญชีการเงิน จนปัจจุบันพัฒนาตนเองสู่การเป็นผู้นำการประชุม ผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ และเป็นประธานศูนย์เรียนรู้เพื่อครอบครัวเข้มแข็งจังหวัดกาฬสินธุ์

“ตอนแรกได้เข้ามาเป็นอาสาสมัครช่วยงานด้านการทำบัญชี การเงิน ซึ่งเป็นงานที่เราถนัด และตอนนั้นก็ยังทำงานประจำควบคู่ไปด้วย พอเราเข้ามาทำงานตรงนี้ทำให้เรามีโอกาสได้เข้าร่วมอบรมต่างๆ ก็ทำให้ได้พัฒนาตนเองไปด้วย จากแค่ทำงานบัญชี ก็เริ่มพัฒนาตนเองเป็นผู้นำการประชุม ได้จัดกระบวนการเรียนรู้ พอทำไปสักพักทำให้เกิดแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้น จนกระทั่งลาออกจากงานประจำและมาทำงานตรงนี้เต็มตัว”

นอกจากการได้พัฒนาตนเองแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจเข้ามาทำงานด้านครอบครัวอย่างเต็มตัว  คือคณะทำงานของศูนย์ฯ มีความเป็นพี่น้อง มีการติดต่อ สื่อสาร กันมาตลอด ตั้งแต่เริ่มทำงาน ปี 2547 จนถึงปัจจุบันก็ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์จืดจางลงไป  เพราะการที่ได้ทำงานร่วมกัน ทำให้พวกเรามีความเป็นพี่เป็นน้องมากกว่าการเป็นแกนนำ หรือคณะทำงานเท่านั้น เพราะการทำงานด้านการพัฒนา การทำงานอาสา ต้องอาศัยจิตสาธารณะ ที่สำคัญทุกคนต้องทำงานร่วมกันด้วยใจ

จากการทำงานที่ผ่านมา คุณคณางค์ได้พบเจอเรื่องดี คนดี มีความประทับใจเกิดขึ้นหลายเรื่อง แต่ที่ประทับใจที่สุด คือ การรณรงค์งดเหล้าในพิธีศพ

“ประเด็นการทำงานที่ประทับใจที่สุด สำคัญที่สุด คือ ประเด็นงดเหล้าในงานศพ ประทับใจเพราะมันมีความยากที่เราจะเข้าไปเปลี่ยนทัศนคติเชิงวัฒนธรรมของชุมชน แต่พวกเราก็สามารถทำให้ประเด็นงดเหล้าในงานศพประสบผลสำเร็จจนได้ ด้วยการใช้กระบวนการที่มีองค์ความรู้ที่ชัดเจน พอสำเร็จก็ขยายผลไปสู่งานบุญ คือ งานบวช และงานกฐิน สุดท้าย เป็นวาระจังหวัดกาฬสินธุ์ “งานศพไม่มีเหล้า” เมื่อปี 2556 นับความสำเร็จที่เด่นชัดและตัวเองรู้สึกได้”

“ต้องขอบคุณทุกส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดกับกระบวนการทำงานนี้ ที่ทำให้ตนเองได้พัฒนาศักยภาพรอบด้าน จนสามารถขยายผล เผยแพร่ความรู้ กระบวนการต่อสาธารณะได้อย่างมีความมั่นใจ และคิดว่าน่าจะก่อให้เกิดประโยชน์กับสังคมได้” 

“ถ้าทำงาน ต้องทำงานนั้นให้ดีที่สุด  ถ้าทำงานกับหน่วยใด ก็ต้องทำให้หน่วยนั้นรู้สึกว่าขาดเราไม่ได้ และเมื่อทำแล้วต้องมีความสุข เมื่อทำงานทุกครั้งจึงต้องทำงานทุกอย่างที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดนั่นเอง”

อุปสรรคในการทำงานที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเข้าถึงงบประมาณยังมีข้อจำกัด เนื่องจากมีเงื่อนไขของแต่ละแหล่งทุน กลุ่มองค์กรที่ทำงานด้านพัฒนาสังคมจึงเข้าถึงได้ยาก การทำงานจึงขาดความคล่องตัวตามไปด้วย คุณคณางค์จึงมีความหวังอยู่เสมอว่า ถ้าทุกหน่วยในสังคมเห็นความสำคัญของการทำงานด้านการพัฒนาสังคม ก็จะทำให้เกิดกลุ่มองค์กรที่ทำงานด้านนี้มากมาย และปัญหาทางสังคมก็จะได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม ทันกับสถานการณ์

“ถ้ามีกองทุนภาคประชาสังคมเกิดขึ้นในสังคมไทย ก็จะทำให้กลุ่มคนทำงาน องค์กรด้านการพัฒนาสังคมสามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่าย ทำให้การทำงานมีความคล่องตัวตามไปด้วย ด้วยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างเสมอภาค ก็จะสามารถตอบข้อกังวลใจทั้ง 3 ด้าน (ด้านการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน การมีส่วนร่วม และงบประมาณ) และยังสามารถพัฒนาศักยภาพคนทำงาน ให้สามารถพัฒนาตนเอง พัฒนาองค์กร นำไปสู่การพัฒนาชุมชน สังคมของตนเองได้”

กองทุนไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่มีเงิน แต่ยังจะเป็นพื้นที่ที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ภูมิปัญญาชุมชน ท้องถิ่น และก่อให้เกิดนวัตกรรมทางสังคมได้อีกมาก  อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จึงเป็นแนวทางการพัฒนาสู่ความเข้มแข็งของสังคม และประเทศชาติได้อย่างแท้จริง

Tag


powered by CIVIL SOCIETY EMPOWERMENT INSTITUTE